วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อาหารเสริม C-Will 500mg (Vitamin C 500 mg)

อาหารเสริม C-Will 500mg (Vitamin C 500 mg)
อาหารเสริม ซี-วิล 500 มก (วิตามินซี 500 mg)
อาหารเสริมวิตามินซี เป็นสารอาหารที่เหมาะต่อการบำรุงผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ  ป้องกันการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชั่น ช่วยสร้างคอลลาเจนมีผลดีต่อการทำงานของหลอดเลือดฝอยในผิวหนัง วิตามินซียังช่วยสร้างเซลล์ใหม่ป้องกันการจับตัวของเม็ดสี ปกป้องผิวจากแสงแดด เสริมสร้างความแข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยบำรุงผิวจา่กภายในสู่ภายนอก


คุณค่าหลากหลายที่ได้จากอาหารเสริมวิตามินซี
นอกจากจะได้เรื่องผิวสวยแล้ว อาหารเสริมวิตามินซี ยังช่วยป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ป้องกันหวัด ป้องกันปัญหาของโรคที่เกี่ยวกับสายตา ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดี ช่วยให้หลอดเลือดแดงมีความยืดหยุ่นดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
อาหารเสริม C-Will (วิตามินซี) เหมาะกับ
- ผู้ทีเป็นหวัด หรือเริ่มมีอาการของโรคหวัด
- มีปัญหาเกี่ยวกับภูมิแพ้ ภูมิต้านทานต่ำ ไม่สบายบ่อย

- อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ
- ผู้ที่เป็นแผลแล้วหายช้าหรือเป็นแผลเรื้อรัง
- ผู้ที่มีอายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมลง
- ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ


อาหารเสริม C-Will 500mg (Vitamin C 500 mg)
อาหารเสริม ซี-วิล 500 มก (วิตามินซี 500 mg) 
 (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)
บรรจุ 50 แคปซูล
สนใจสั่งซื้อสินค้าได้ที่
 C will vitamin c

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563

รู้จักชนิดวิตามินซีและการทานที่ถูกต้อง


รู้จักชนิดวิตามินซีและการทานที่ถูกต้อง





photo

เมื่อเอ่ยถึงวิตามินซี เชื่อแน่ว่าทุกคนรู้จักและทราบถึงประโยชน์มากมายของมัน โดยเฉพาะการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันโรคหวัด และที่สำคัญคือสรรพคุณเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าและผิวพรรณ แต่ใช่ว่าทุกปัญหาสุขภาพจะทานวิตามินซีในปริมาณเดียวกันหรือรูปแบบเดียวกันหมด การทานวิตามินซีก็มีวิธีการทานที่ถูกต้องและตามความเหมาะสมของร่างกายแต่ละคนด้วย

photo

 

เราควรได้รับปริมาณวิตามินซีเท่าไหร่

ในทางศาสตร์ชะลอวัยคนเราควรทานวิตามินซีวันละ 1000 มิลลิกรัมต่อวัน ที่จะช่วยในเรื่องภูมิต้านทานร่างกายและการบำรุงผิวพรรณ แต่สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหวัดหรือภูมิแพ้บ่อย ควรทานวิตามินซี 2000 มิลลิกรัมหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งหากอยากรู้แน่ชัดว่าร่างกายเราต้องการวิตามินเท่าไหร่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

รู้จักชนิดของวิตามินซีรูปแบบต่าง


1) แบบอัดเม็ด
วิตามินซีประเภทนี้โดยทั่วมีขนาดตั้งแต่ 25-1,000 มก. แต่ขนาดยอดนิยมทั่วไปคือ 500 และ 1,000 มก. ซึ่งหากเป็นไปได้ควรเลือกทานที่ระบุว่าเป็นแบบ Buffered, Sustained release หรือ Slow release เพราะตัววิตามินซีจะค่อยๆ ปล่อยจากเม็ดยาช้าๆ ทำให้วิตามินซีออกฤทธิ์ได้นานขึ้น อีกทั้งช่วยให้ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่ระดับวิตามินซีในกระแสเลือดที่ได้รับนั้นไม่แตกต่างจากรูปแบบเม็ดทั่วไปที่ปล่อยวิตามินซีแบบทันที
2) แบบเม็ดอม
มีตั้งแต่ 25-500 มก. เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบกลืนเป็นเม็ด แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า การอมวิตามินซีแบบเม็ดบ่อยๆ กรดที่ออกมาจะทำให้เคลือบฟันบางจนฟันกร่อนได้
3) แบบเม็ดเคี้ยว
โดยปกติมีขนาด 30 มก. เหมาะกับเด็ก เพราะมีรสหวานชวนทาน แต่ต้องระวังไว้ว่า ด้วยน้ำตาลที่มีปริมาณสูงอาจส่งผลให้เกิดฟันผุได้เมื่อรับประทานเป็นประจำ
4) แบบเม็ดฟู่
มักมาในขนาด 500 และ 1,000 มก. วิธีการทานที่ถูกต้องควรนำไปละลายในน้ำจนฟองหมด เพราะฟองแก๊สที่เกิดขึ้นเมื่อรับประทานเข้าไปอาจเกิดการแน่นท้องในภายหลังได้ วิตามินซีชนิดนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดขนาดใหญ่ได้ ข้อดีคือเหมาะกับผู้สูงอายุที่มรปัญาเรื่องดูดซึม

5) แบบแคปซูล
มีทั้งแบบแคปซูลแข็งและแคปซูลนิ่ม แต่ละแคปซูลมีขนาด 500 มก. ข้อดีคือกลืนง่ายสบายคอกว่าวิตามินซีรูปแบบอัดเม็ด

6) แบบสารละลายเพื่อฉีด
ขนาดจะอยู่ที่ 500 มก. เป็นวิตามินซีแบบที่เหมาะกับการป้องกันหวัดที่ดีที่สุด แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีด ข้อดีก็คือ ออกฤทธิ์เร็ว และร่างกายสามารถเอาวิตามิซีไปบำรุงซ่อมแซมได้ทันที เพราะไม่ต้องผ่านการย่อยจากกระเพาะอาหาร


รู้แบบนี้แล้วก็ลองเลือกชนิดของวิตามินซีที่เหมาะกับคุณดู นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการทานวิตามินซีอีกดังนี้
วิตามินซีมีจุดอิ่มตัวในการดูดซึม
การดูดซึมของวิตามินซีมีจุดอิ่มตัวและขึ้นอยู่กับปริมาณในการรับประทานเข้าไป หากทานเกินจุดอิ่มตัวของการดูดซึม ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมไปใช้เพิ่มได้ จึงควรทานวิตามินซีในปริมาณที่ต่ำกว่า 1 กรัม แต่ทานหลายครั้งจะดูดซึมได้ดีกว่าทานปริมาณมากในครั้งเดียว
ยกตัวอย่างเช่น
การรับประทานวิตามินซีครั้งละ 1,000-1,500 มก. มีข้อมูลระบุว่า ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้เพียง 50% เป็นต้น


ทานวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด


ทานพร้อมอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น เพราะวิตามินซีจะถูกขับออกภายใน 2-3 ชั่วโมง ดังนั้นการรักษาระดับวิตามินซีในเลือดให้สูงเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ
บรรเทาหวัดทานวิตามินซี 1,000 มก. วันละ 2 เวลา ช่วยให้ระดับฮิสตามีน สารที่ทำให้น้ำตาน้ำมูกไหลลดลงได้ถึงร้อยละ 40
ผู้ที่เป็นเบาหวาน ควรรับประทานวิตามินซีวันละ 1000 มก. เพราะวิตามินซีจะเข้าไปช่วยลดสารต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบของหลอดเลือด อีกทั้งช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไตวาย เป็นต้น
เพิ่มประสิทธิภาพวิตามินซี ด้วยการทานร่วมกับแคลเซียม แมกนีเซียม และไบโอฟลาโวนอยด์
สัญญาวิตามินซีเกิน เช่น อาการท้องเสีย เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดได้กับคนที่ทานวิตามินซีได้ปริมาณที่สูงมากๆ เช่น 8000 มิลลิกรัม ขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะเป็น เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนก็สามารถย่อยวิตามินซีได้วันละหลายกรัมเลยทีเดียว


ทานวิตามินซีเพื่อผิวสวย VS ทานวิตามินซีเพิ่มภูมิต้านทาน

สำหรับการทานวิตามินซีให้ผิวสวย เสริมสร้างคอลลาเจนให้แข็งแรง ผิวขาวใสเปล่งปลั่ง โดยทั่วไปต้องทานวิตามินซีในปริมาณ 1,000 มก. ต่อวันขึ้นไป ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าการป้องกันโรคหวัด และควรต้องเป็นวิตามินซีที่สกัดจากธรรมชาติ ซึ่งหากเป็นการรับวิตามินซีปริมาณสูง จะให้ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณหรือชะลอวัยเพื่อรับคำแนะนำในการรับปริมาณวิตามินซีที่เหมาะกับร่างกายก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและปลอดภัยกว่า

line://app/1572442362-jGxDDGRp?page=@beautydiva

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

การเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) คือ ?

การเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) คือ ? 
.................................................................................................................................
การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่ม ขนาดของเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งการเพิ่มขนาดหน้าอกนี้ก็ช่วยให้รูปร่างดีขึ้น หรือ เพื่อเป็นการ เพิ่มขนาดของเต้านมหลังจากมีบุตร หลังการให้นมบุตร เต้านมอาจจะมีความตึงน้อยลง เพื่อแก้ไขขนาด ที่แตกต่าง ของเต้านมทั้งสองข้าง แก้ไขรูปทรงที่ผิดปกติ 

การเสริมใต้เนื้อนม
ซิลิโคนทรงหยดน้ำผิวทราย
ซิลิโคนทรงกลมผิวเรียบ

ซิลิโคนนมแบบต่างๆ

ชนิดของวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอก มีอะไรบ้าง ?.................................................................................................................................
ซิลิโคนเหลวสำหรับเสริมหน้าอก (Silicone Gel Implants)
คือ เจลอิลาสตินที่บรรจุอยู่ในถุงซิลิโคน หรือสารที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นแบบยางธรรมชาติ มีลักษณะของ เปลือกอาจจะเป็นผิวเรียบ หรือผิวขรุขระ ทำงานโดยการสอดเข้าไปภายในทรวงอกหลังการผ่านการอัลตราซาวด์ เพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งซิลิโคลเจลจะมีขนาดที่แตกต่างตามความต้องการของคนไข้
ข้อดีคือ
  • ดูเป็นธรรมชาติ ยับย่นได้ยาก สามารถขยับเคลื่อนไหวได้
  • การใช้วัสดุชนินี้นั้นหลังผ่าตัดเสร็จแล้ว พักเพียง 1 คืนก็สามารถกลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติ
  • หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาจอยู่กับตัวได้ในระยะยาวและไม่เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
ข้อควรระวัง
  • ถ้า พังพืดที่หุ้มรอบถุงไม่แตก อาจจะไม่รู้เลยว่าเกิดการรั่วขึ้น ถ้าพังพืดที่หุ้มรอบฉีกขาด ซิลิโคนเหลว จะออกมานอกถุงแล้ว อาจจะเกิดพังพืดหุ้มรอบซิลิโคนนั้นใหม่ เต้านมข้างนั้นจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป และอาจจะรู้สึกแข็งมากขึ้น
การผ่าตัด
  • โดยการสอดผ่านรักแร้ การผ่าตัดผ่านทางปานนม และการผ่าที่ฐานหน้าอก (แต่วิธีการนี้อาจทิ้งรอยแผลเป็นได้บ้าง)
ถุงน้ำเกลือสำหรับเสริมหน้าอก (Saline Implants) 
ลักษณะ ของถุงมีสองชั้น น้ำเกลืออยู่ชั้นนอก ถุงเจลอยู่ชั้นในและระหว่างผ่า สามารถเติมน้ำเกลือได้ หลังสอดเข้าไปแล้ว วิธีการนี้จึงมีราคาสูงกว่า เพราะสามารถเพิ่มลดขนาดได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดใหม่
ข้อดีคือ 
  • หากมีรั่วไหล น้ำเกลือจะซึมเข้ากับร่างกายโดยไม่เป็นอันตราย
  • มีรอยแผลเป็นที่เล็กกว่า และสามารถเติมน้ำเกลือได้หากต้องการ เพิ่มขนาดโดยไม่ต้องผ่าตัดใหม่
ข้อควรระวัง 
  • เกิดการฉีดขาดได้ง่าย หรืออาจเกิดรอยยับย่น
  • อาจเห็นได้ชัดถึงรูปทรงของถุง
  • เกิดการสั่นไหว กระเพื่อม หรือมีเสียงได้
  • เนื้อสัมผัสต่างจากเต้านมทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
การผ่าตัด
วิธีการเสริมหน้าอกแบบนี้ จะมีการเลือกผ่าตัดได้ 3 แบบ คือ
  • แพทย์จะสอดถุงเข้าไปก่อนแล้วค่อยเติมน้ำเกลือผ่านหลอดสุญญากาศ ตามจำนวนที่กำหนดขณะผ่าตัด
  • การสอดเจลเข้าไปแล้วจึงค่อยเติมน้ำเกลือซึ่งปรับลดขนาดได้
  • การใส่ถุงน้ำเกลือที่บรรจุอยู่ในซิลิโคนที่ระบุขนาด
การฉีดไขมัน (Fat Grafting) 
เป็น การนำไขมันมาจากตัวของคนไข้เอง ไม่ว่าจากต้นขาหรือช่วงบริเวณท้องอย่างไรก็ดี วิธีการนี้ยังไม่เป็น ที่รับรอง ถึงประสิทธิภาพอย่างแพร่หลาย เนื่องจากต้องมีไขมันมากพอ และต้องฉีดบ่อยครั้งกว่าจะอยู่ตัว มากกว่านี้ หลังฉีดจะสลายตัวไป 50 เปอร์เซ็นต์ในระหว่างช่วง 6 เดือน ถึง 1 ปี และประมาณ 1-2 ปีก็จะสลายไปหมด
ข้อดีคือ 
  • วิธีการเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้จะเกิดผลข้างเคียงน้อย และไม่มีสิ่งแปลกปลอม ทั้งยังสามารถ ลดไขมันส่วนเกินได้ ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากเป็นการเคลื่อนย้ายไขมัน จากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีด
ข้อควรระวัง 
  • ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ในการเตรียมไขมันที่ถูกและฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
  • อาจไม่ได้รูปทรงของหน้าอกตรงตามที่ต้องการ
  • มีการบวมแดงในระยะเริ่มแรก
  • ยังไม่เป็นที่ยืนยันถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะแคลเซียมของเซลล์ไขมันที่ตายแล้ว อาจไปเกาะหน้าอกได้
แผลผ่าตัดเสริมหน้าอก นั้นจะกำหนดไว้ตรงใด ?.................................................................................................................................
  • การผ่าตัดในราวนม วิธีนี้มักจะมีแผลเป็นเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากตรง กับขอบยกทรง แผลเป็นอาจจะปูดดำ
  • การผ่าตัดรอบหัวนม วิธีนี้อาจมีแผลเป็นซึ่งขยายใหญ่ได้ ดูไม่สวยงาม และอาจมีอาการชาของหัวนมได้
  • ผ่านทาง รักแร้ บาดแผลจะซ่อนอยู่ทางใต้รักแร้ไปตามรอยพับของผิวหนัง จึงมักจะไม่เห็นแผลเป็น ในบางรายจะไม่มีใครทราบได้เลยว่าได้รับการเสริมทรวงอก เพราะไม่มีแผลเป็นให้เห็น และมีความ เป็นธรรมชาติมาก
ความเสี่ยงในการเสริมหน้าอก ?.................................................................................................................................
การผ่าตัดทุกชนิดมีความ เสี่ยงที่เกิดจากการทำผ่าตัดทั่วไป เช่น เลือดออก,เลือดคั่ง,ติดเชื้อ แต่มีอัตราการเกิดประมาณ 1-5 % ผลแทรกซ้อนจากการเสริมเต้านมอาจจะเกิด การรัดตัวของ พังผืดที่อยู่รอบเต้านม ทำให้เกิดความรู้สึกแข็งผิดปกติของเต้านมข้างนั้นบางครั้ง อาจจะมี ความรู้สึกเสียว,ชา บริเวณหัวนมหรือบริเวณใกล้รอยผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นเป็นปกติได้ แต่บางคนก็อาจจะรู้สึกเช่นนั้นตลอดไป ผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมสามารถให้นมบุตรได้ถ้าต้องการ มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมบางรายมีอาการปวดตามข้อต่างๆ มีไข้,อ่อนเพลีย แต่จาก การศึกษาโดยละเอียดไม่สามารถระบุความเกี่ยวพัน ระหว่างอาการเหล่านี้กับการเสริมเต้านม ได้ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมไม่ได้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับการเสริมเต้านม แต่การตรวจเต้านมด้วย เอ็กซเรย์ แมมโมแกรม ต้องใช้วิธีพิเศษ
ถุงเต้านมเทียมมีโอกาสแต่รั่วหรือไม่ ?
.................................................................................................................................
ถุงเต้านมเทียมมีโอกาส แตกหรือรั่วได้ ไม่เกี่ยวกับการได้รับกระแทกอย่างรุนแรง ถ้าเป็นน้ำเกลือ เต้านมด้านนั้นจะยุบลงโดยรวดเร็ว น้ำเกลือที่รั่วออกมาจะถูกดูดซึมเข้ากระแสโลหิตไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่ อย่างใด ถ้าเป็นซิลิโคนเหลวจะเกิดได้ 2 กรณี อย่างแรกถ้าพังพืดที่หุ้มรอบถุงไม่แตก อาจจะไม่รู้เลยว่าเกิดการรั่วขึ้น ถ้าพังพืดที่หุ้มรอบฉีกขาดซิลิโคนเหลวจะออกมานอกถุงแล้ว อาจจะเกิดพังพืดหุ้มรอบซิลิโคนนั้นใหม่ เต้านมข้างนั้นจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป และอาจจะรู้สึกแข็งมากขึ้น
การวางแผนสำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก ?.................................................................................................................................
ควรมาพบแพทย์ที่มีความ ชำนาญก่อน เพื่อให้แพทย์ที่มีความชำนาญตรวจร่างกายให้ และสภาพเต้านมของท่าน ตลอดจนการพูดคุยซักถาม และบอกความต้องการของคุณต่อแพทย์เพื่อแพทย์จะได้บอกรายละเอียดของการทำผ่า ตัดเสริมหน้าอกต่อท่าน
หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก ?.................................................................................................................................
ท่านจะรู้สึกตึงปวดได้ บ้างประมาณ 2-3 วัน หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว รูปร่างของเต้านมจะดูเป็นธรรมชาติประมาณ 1-2 เดือน ท่านอาจจะต้องนวดเต้านมที่เสริมตามคำแนะนำของแพทย์อีกประมาณ 3-6 เดือน

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

Absolute Beauty Clinic


Absolute Beauty Clinic

  เป็นคลินิกที่รับให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทุกปัญหาผิวพรรณและความงาม รวมถึงการทำศัลยกรรมตกแต่งครบวงจร ตามสโลแกนตอบโจทย์ทุกปัญหา…ของความงาม เราพร้อมจะให้คำปรึกษากับทุกปัญหาอย่างตรงไปตรงไปมา โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำหน้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบริการของเรา ทำให้เราเป็นที่ยอมรับในคุณภาพและมาตราฐาน ปัจจุบัน Absolute Beauty Clinic เติบโตภายในระยะเวลาอันรวดเร็วและมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับและให้บริการแก่ลูกค้าอย่างทั่วถึง

ทีมแพทย์ของ Absolute Beauty Clinic

เป็นแพทย์ด้านผิวพรรณและศัลยกรรมความงามที่มีความรู้ความชำนาญได้วุฒิบัตรผิวหนังการศึกษาทั้งไทย,สหรัฐอเมริกาและอังกฤษพร้อมด้วยพนักงานที่ผ่านการอบรมทั้งด้านข้อมูลความรู้และการให้บริการเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของท่าน นอกจากนี้  Absolute Beauty Clinic ยังให้ความสำคัญในการสนับสนุนให้แพทย์มีการศึกษาต่อเนื่องเพื่อให้มีความรู้ที่ทันสมัยตลอด และ ทีมแพทย์ทุกท่านยินดีที่จะให้การดูแลวิเคราะห์สภาพปัญหาผิว และให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาในการรักษาโดยละเอียด

การันตีคุณภาพ และการบริการต่างๆ

เครื่องมือและอุปกรณ์ในการให้การรักษาของ Absolute Beauty Clinic ล้วนเป็นเทคโนโลยีระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับและตรวจสอบจาก US FDA (อ.ย.ของสหรัฐอเมริกา) ท่านจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ และผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยกับผิวคนไทยและเอเชีย

มาตราฐานการให้บริการของ Absolute Beauty Clinic

เราซื่อสัตย์ และพร้อมจะบอกความจริงเกี่ยวกับผลการรักษา และทำให้คนไข้คาดหวังผลการรักษาตามความเป็นจริง คือ สิ่งที่เราแตกต่างจากคลินิกอื่นๆ ส่วนในด้าน คุณภาพของงานบริการ ทางคลินิกเราให้ความใส่ใจกับการอบรมพนักงานทุกคน เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเป็นมาตราฐานเดียวกัน และเท่าเทียมกัน

บริการของ Absolute Beauty Clinic

การรักษาที่ Absolute Beauty Clinic ให้บริการ ได้แก่ การฉีดโบท็อกซ์, การฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์, การร้อยไหมเทคนิคเกาหลี, สลายไขมัน, Vaser ดูดไขมัน, ยกกระชับใบหน้า, เสริมจมูก, เสริมหน้าอก, ทำตาสองชั้น, แก้ไขถุงใต้ตา, เสริมคาง, แก้ไขหูกาง, ตัดปีกจมูก, แก้ไขปลายจมูก, ฉีดหน้าเรียว, ฉีดพิลเลอร์หน้าอก, ฉีดฟิลเลอร์สะโพก, รักษาสิว, รักษาหลุมสิว, หน้าใส, ฝ้า กระ จุดด่างดำ, ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น และอื่นๆ คุณจึงมั่นใจได้ในมาตราฐานความสะอาด ความปลอดภัย ของห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ที่แบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญ กับความ พึงพอใจ ของท่านลูกค้าเป็นหลัก คุณสามารถเข้ามาเยี่ยมชม และขอรับการปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี

เหตุผลที่ทำไมต้องเลือก Absolute Beauty Clinic

  1. แอปโซลูทบิวตี้คลินิกได้คัดสรรเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความงามใหม่ๆมาให้บริการลูกค้าอยู่เสมอ
  2. แอปโซลูทบิวตี้คลินิกได้มีการจัดอบรมพัฒนาพนักงานของเราให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  3. เครื่องมือต่างๆ และตัวยาที่ใช้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆของแอปโซลูทบิวตี้คลินิก ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจึงมั่นใจได้ในด้านของประสิทธิภาพและความปลอดภัย
  4. แอปโซลูทบิวตี้คลินิก ให้บริการด้วยความจริงใจและเน้นเรื่องผลการรักษาของลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
  5. พนักงานทุกคนของคลิกนิกเราพร้อมให้บริการลูกค้าทุกคนอย่างคนสำคัญที่สุดเพราะความสุขและความประทับใจของลูกค้าสำคัญกับเรามากที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

สาวเชียงใหม่ เสริมหน้าอก ซิลิโคนเต้านมทะลุ ! ?

ถุงซิลิโคนทะลุ ออกมาจากเต้าสาวเชียงใหม่ !!!

ถุงซิลิโคนทะลุ
       ล่าสุดมีการโพสจากเฟสบุคของเชียงใหม่ศัลยกรรม ได้กล่าวถึงเคสผู้เคราะห์ร้ายในการเสริมหน้าอกแล้วเกิดอาการ ถุงซิลิโคนทะลุ ออกมาจากเต้า จากกรณีนี้ทางแพทย์ได้โพสว่า มีน้องคนหนึ่งเสริมหน้าอกมาจากคลินิคแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ แล้วได้นำเรื่องราวนั้นออกมาเปิดเผยให้เป็นวิทยาทานให้ทุก ๆ คนได้ทราบเป็นกรณีศึกษาและเตือนใจแก่คนที่อยากเสริมหน้าอก ซึ่งทางแพทย์จากเชียงใหม่ศัลยกรรมเป็นผู้รักษาอาการอยู่ในขณะนี้ 
       อาการตอนนี้คือ เนื้อบริเวณเสริมหน้าอกนั้นเปื่อยแล้ว แผลเปียกมีน้ำซึมออกมาตลอด ถุงซิลิโคนได้ทะลุออกมาจากเต้านม เป็นเพราะคลินิคนั้นได้ทำการศัลยกรรมให้แบบไม่ถูกวิธีคือ แพทย์เสริมถุงซิลิโคนไว้ใต้ชั้นผิวหนังซึ่งคนไข้มีผิวหนังที่ค่อนข้างบางมาก แพทย์เย็บแผลให้ถึง 4 รอบ ทั้ง ๆ ที่แผลยังเปื่อยไม่แห้งสนิทมีน้ำซึมออกมาตลอดเวลา ตอนผ่าตัดไม่ได้ใช้ยาสลบเลย แค่ใช้ยาชาฉีดเท่านั้น ไม่ให้ฟักฟื้นที่คลินิค ไม่มีการแนะนำให้นวด  ราคาที่เสริมคือ 45,000 บาท ล่าสุดหมดค่าใช้จ่ายในการรักษาไปทั้งหมดมากกว่า ห้าหมื่นบาท 
        ยังไงฝากเตือนใจสาว ๆ ทุก ๆ คนว่าอย่าเห็นแก่ของถูกเลยค่ะ ควรเลือกแพทย์ที่เป็นแพทย์ศัลยกรรมจริง ๆ ไม่ใช่หมอกระเป๋าหรือหมอที่จบด้านอื่นมา ไม่งั้นจะเจอปัญหาตามมามากมายแบบเคสน้องคนนี้ค่ะ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้หายไว ๆ ขอให้การแก้ไขครั้งนี้หน้าอกออกมาสวยสมบูรณ์แบบ
ขอบคุณข้อมูลจาก เชียงใหม่ศัลยกรรม

เสริมเต้านม ใต้กล้ามเนื้อและบนกล้ามเนื้อ ต่างกันอย่างไร ?

เสริมเต้านมใต้กล้ามเนื้อ และบนกล้ามเนื้อ ต่างกันอย่างไร ?

เสริมเต้านมเสริมเต้านม
     ในปัจจุบันหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า ทำไมต้องใส่ซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อและบนกล้ามเนื้อ แล้วตำแหน่งมันอยู่ตรงไหน มีผลดีผลเสียและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาอธิบายให้ทุกคนฟังกันว่า ควรจะเลือกวิธีไหนดี ที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจที่สุด สมัยก่อนทางการแพทย์จะนิยมเสริมเต้านมเหนือกล้ามเนื้อกันอย่างกว้างขวาง เพราะเชื่อกันว่า วิธีการนี้จะทำให้หน้าอกออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

เสริมเต้านม มีแผลผ่าตัด2ตำแหน่งคือ

– บริเวณแผลใต้ราวนม
เสริมเต้านม
– บริเวณแผลใต้รักแร้
เสริมเต้านม
แล้วการเสริมซิลิโคนบนกล้ามเนื้อและใต้กล้ามเนื้อต่างกันอย่างไร
1. เสริมซิลิโคนบนกล้ามเนื้อ
      การผ่าตัดวิธีนี้ถุงซิลิโคนจะอยู่เหนือกล้ามเนื้อและอยู่ด้านหลังต่อมน้ำนม ซึ่งตัวซิลิโคนจะอยู่ใกล้กับตำแหน่งหัวนม ยังมีความเชื่อกันว่าจะทำให้เชื้อโรคที่เข้ามาทางหัวนมนั้นสัมผัสกับตัวของผิวซิลิโคนได้ และทำให้เกิดการติดเชื้อจากเชื้อโรคเหล่านี้ได้ง่าย เชื้อโรคก็จะกระจายไปทั่วซิลิโคนภายในเต้านม หากมีเชื้อโรคเข้ามามากขึ้น ร่างกายเราจะทำการสร้างพังผืดขึ้นมารัดบริเวณรอบ ๆ ของตัวถุงซิลิโคน ส่งผลให้เต้านมนั้นผิดรูปได้ ปรกติร่างกายเราถ้ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในตัวเรา ธรรมชาติมันจะสร้างพังผืดขึ้นมารัดอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ส่งผลให้ถึงกับแย่มากนัก ถ้าไม่มีการติดเชื้อหรือรูปร่างหน้าอกที่บิดเบี้ยว ก็ไม่ต้องกังวลมาก และสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เสริมหน้าอก ร่างกายก็จะกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ได้เองตามธรรมชาติ 
ภาพตำแหน่งซิลิโคนบนกล้ามเนื้อ
เสริมเต้านม
     จากรูปตำแหน่งบนกล้ามเนื้อ ในการฟักฟื้นนั้นจะใช้เวลาไม่นานเหมือนเสริมใต้กล้ามเนื้อและมีอาการเจ็บปวดไม่มากนัก เนื่องจากว่าผิวหนังและไขมันเท่านั้นที่ถูกรบกวน กล้ามเนื้อจึงไม่ถูกรบกวนเพราะเป็นการเสริมด้านบนกล้ามเนื้อ จึงทำให้การฟักฟื้นนั้นเข้าสู่ภาวะปรกติเร็วมากขึ้น การเสริมบนกล้ามเนื้อนี้ไม่เหมาะกับคนที่มีหน้าอกเดิมที่มีเนื้อบาง เพราะจะทำให้มองเห็นรอยขอบของซิลิโคนด้านบน จะทำให้หน้าอกออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติ เพราะต้องเลาะบริเวณเหนือกล้ามเนื้อแล้วชั้นผิวหนังจะบาง หรือที่เราเคยเห็นกันบ่อย ๆ คนที่มีลักษณะเต้านมเหมือนถ้วยขนมครกนั่นแหละซึ่งดูไม่เป็นธรรมชาติเลย บวกกับที่มีหน้าอกที่ใหญ่อยู่แล้ว และเสริมขนาดที่ใหญ่เกินไป หากใส่ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่เกินไป การยัดใส่จะยาก และมีความเสี่ยงหลายอย่าง บางคนนมเป็นบล็อคก้อนก็มี

2. เสริมซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ

    จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ทางแพทย์เกือบทั้งหมดมักจะแนะนำการเสริมใต้กล้ามเนื้อ เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ดูธรรมชาติเสมือนจริง ทางแพทย์จะนิยมเสริมแบบนี้กัน เนื่องจากว่าการเสริมบนกล้ามเนื้อนั้นมีปัญหาพังผืดรัด อย่างที่กล่าวไว้ จึงมีการพัฒนาเทคนิกใหม่ ๆ ขึ้นมาคือ การใส่ซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อนั่นเอง บวกกับมีการผลิตถุงซิลิโคนผิวทรายออกมา จึงทำให้ลดโอกาสการเกิดพังผืดลงไปเป็นอย่างมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใส่ซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อนั้นก็มีอยู่บ้าง เช่น ช่วงแรก ๆ เต้านมจะลอยอยู่สูงในขณะที่เราเกร็งหน้าอก ซิลิโคนก็จะสามารถขยับไปมาได้ แต่มีวิธีแก้ไขได้คือ ใช้เทคนิกที่เรียกว่า Dual Plane เป็นวิธีที่แก้ไขซิลิโคนไม่ให้ลอยขึ้นคือทำการตัดกล้ามเนื้อส่วนล่างบางส่วนออกไป ปัญหาซิลิโคนลอยก็จะหายไป
ภาพซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ
เสริมเต้านม
    จากภาพการเสริมใต้กล้ามเนื้อนั้น ตำแหน่งซิลิโคนอยู่ภายใต้ด้านล่างกล้ามเนื้อสีแดง และจะอยู่ด้านบนซี่โครงของเราเลย ซึ่งหลังผ่าตัดจะมีอาการเจ็บมากกว่าแบบเสริมบนกล้ามเนื้อพอสมควร ระยะเวลาการฟักฟื้นมักจะนานกว่า เพราะการฝังตัวของซิลิโคนนั้นอยู่ลึกภายใต้กล้ามเนื้อนั่นเอง และกว่าหน้าอกจะเข้ารูปจริง ๆ ก็ใช้เวลานานพอสมควร ประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป กว่าซิลิโคนนั้นจะเข้าที่ และทำให้การอ่านเครื่องแมมโมแกรมในการตรวจหามะเร็งเต้านมง่ายขึ้น
     ดังนั้นการเลือกว่าจะเสริมแบบบนหรือใต้กล้ามเนื้อนั้น ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำแบบใต้กล้ามเนื้อมากกว่า แต่ก็แล้วแต่วิจารณญานด้วยว่า แต่ละคนนั้นจะเหมาะสมกับเสริมแบบไหนมากกว่า ต้องดูองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้านควบคู่กันไป ยังไงต้องลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก่อนเสมอนะคะ ท่านก็จะได้รับคำปรึกษาและแนวทางการทำศัลยกรรมที่เหมาะสมต่อไป
———————————
Credit photo from: UNDERSTAND.COM, Praque Beauty

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การเตรียมตัวก่อนทำการผ่าตัดศัลยกรรมความงาม

เพื่อให้การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมสวยได้ผลดี ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรเตรียมตัวดังนี้

  • หมั่นตรวจสอบสุขภาพตนเอง หรือตรวจเช็คสุขภาพประจำปี เพื่อประเมินว่ามีโรคต่างๆแอบแฝงอยู่ โดยที่ยังไม่ได้แสดงอาการหรือไม่ โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีอายุที่มากขึ้น มีประวัติในครอบครัว โรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบการหยุดเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือเลือดหยุดยาก
  • ในรายที่มีความเสี่ยงต่อระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคเอดส์ เบาหวาน โรคไต จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเรื่องแผลหายยาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อให้การป้องกันเป็นพิเศษมากกว่าในรายทั่วๆไป
  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ ประวัติการแพ้ยารับประทาน หรือยาชา ยาสลบ ให้แพทย์ทราบ สำหรับผู้หญิงควรให้ข้อมูลการมีประจำเดือนให้ด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบต่อการตั้งครรภ์
  • หลีกเลี่ยงทำการผ่าตัดบริเวณใบหน้า หรือในบริเวณใกล้เคียงที่มีการติดเชื้อ เช่น เป็นไซนัสอักเสบเป็นหนอง หรือเป็นหวัดน้ำมูกเขียว สิวอักเสบเป็นหนอง เป็นต้น ควรควบคุมการติดเชื้อให้ดีก่อนทำ
  • งดหรือเลิกสูบบุหรี่ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะสารที่อยู่ในบุหรี่จะทำลายเซลส์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล และมีผลทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณผ่าตัดลดลง มีโอกาสทำให้ผิวหนังที่ผ่าตัดขาดเลือด หายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคืนก่อนผ่าตัด และ 1สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • งดกลุ่มยาที่จะมีผลต่อการหยุดเลือด เช่น แอสไพริน อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการผ่าตัด และวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามินอี  น้ำมันปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม
  • รายที่ต้องใช้ยาดมสลบ หรือยากดระบบประสาท ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และควรมีผู้ที่มารับหลังทำเสร็จ เพราะจะมีฤทธิ์หรือผลบางอย่างของยาที่ให้เหลืออยู่
  • เตรียมใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ถอดใส่ง่าย หากจะทำการผ่าตัดบริเวณใบหน้าให้งดการแต่งหน้า ถ้าจะผ่าตัดบริเวณลำตัวงดการใช้โลชั่นในเช้าวันที่จะผ่าตัด
  • เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ตื่นเต้นมากกว่าความเป็นจริง และควรรับทราบว่าหลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดรอยช้ำและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าที่หรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่
  • กรณีที่มีการให้เซ็น informed consent ข้อมูลยินยอมผ่าตัด ควรอ่านให้เข้าใจก่อนลงลายเซ็น